ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่า “ เงินด่วน ” “เงินกู้ด่วน” “ เงินด่วน ทันใจ” “สินเชื่อเงินสด” หรือ “เงินเอื้ออาทร” ไม่ว่าจะปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ ปิดประกาศตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ และตามเว็บไซต์ต่างๆ มันกำลังเป็นธุรกิจทำเงินที่ดีที่สุดธุรกิจหนึ่งในขณะนี้ บริการ “ เงินด่วน ” ที่โฆษณากระจายตามสถานที่ต่างๆ เป็นธุรกิจของคนหัวใสที่เห็นช่องว่างระหว่างคนที่ร้อนเงิน และความหละหลวมของการอนุมัติบัตรต่างๆ การกู้ เงินด่วน นอกระบบนั้นอันตราย เพราะกู้ เงินด่วน แบบนี้มีสิทธิติดคุก คือในการติดตามทวงหนี้ของเจ้าหนี้พวกนี้ บ่อยครั้งครับที่มักจะมีการอ้างต่างๆ เช่นว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้จะเอาตำรวจไปจับบ้าง จะดำเนินคดีอาญา เอาลูกหนี้เข้าคุกบ้าง ทำให้ลูกหนี้หลายรายที่ไม่รู้กฎหมายกลัวว่าจะถูกจับ จึงต้องดิ้นรนไปกู้หนี้มาจ่ายหนี้ จนกลายเป็นดินพอกหางหมู

วันนี้จะบอกว่าหากได้รับคำขู่ในลักษณะนี้อย่าได้ตกใจไป เพราะในการกู้เงินโดยปกติทั่วไปแล้ว การผิดนัดชำระหนี้เป็น คดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา ไม่ต้องกลัวติดคุกติดตารางอะไร “กรณีที่จะต้องเสี่ยงคุกตะรางก็คือไปจ่ายเช็คเด้งให้เจ้าหนี้” กับ อีกกรณีที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก็คือ การไปกู้ เงินด่วน นอกระบบประเภทที่ติดโฆษณาตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ สะพานลอย ฯลฯ ที่เราได้พูดกันไปสองตอนแล้วว่าพอกู้ปุ๊บได้เงินปั๊บ หากมีบัตรเครดิตหรือบัตรผ่อนสินค้าของบริษัทต่างๆ ซะอย่าง วิธีการของธุรกิจหนี้นอกระบบพวกนี้ก็คือ เมื่อลูกหนี้ที่เดือดร้อนต้องการใช้เงินสดด่วน และติดต่อไปตามหมาย เลขโทรศัพท์ที่โฆษณาไว้ เจ้าหนี้ก็จะนัดหมายให้ไปพบเพื่อทำการกู้ยืมเงิน โดยสถานที่นัดพบจะเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือขายโทรศัพท์มือถือ เบื้องต้นเจ้าหนี้ก็จะขอหมายเลขบัตรผ่อนสินค้าเพื่อตรวจสอบเครดิตที่ ลูกค้าได้รับและยอดเงินคงเหลือ

ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกหนี้ต้องการเงินสดสัก 20,000 บาท และถ้ามียอดเงินคงเหลือที่บริษัทบัตรสินเชื่อ A อนุมัติให้ได้อยู่ที่ 30,000 บาท เจ้าหนี้ก็จะให้ลูกหนี้ทำสัญญา แต่แทนที่จะเป็นสัญญากู้ยืมเงินกันธรรมดา เจ้าหนี้พวกนี้กลับให้ลูกหนี้ทำสัญญาเช่าซื้อสินค้าแทน เนื้อหา ในสัญญาจะระบุว่า ลูกหนี้ได้เช่าซื้อสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งในร้านไปในราคา 30,000 บาท โดยมีบริษัทบัตรสินเชื่อ A เป็นผู้ให้เช่าซื้อ และลูกหนี้มีหน้าที่ต้องผ่อนค่าเช่าซื้อเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือน ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีการเช่าซื้อสินค้าใดๆ ทั้งสิ้นเลย หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อเรียบร้อย เจ้าหนี้ก็จะมอบเงิน สดให้ลูกหนี้ 20,000 บาท หักไว้ 10,000 บาท เป็นค่าดำเนินการและดอกเบี้ยล่วงหน้า 10 เดือน ซึ่งคำนวณแล้วลูกหนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยส่วนนี้สูงถึงร้อยละ 50 ในช่วงเวลาแค่ 10 เดือนจากนั้นลูกหนี้ก็มีหน้าที่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัท A ทุกเดือน ถ้าผ่อนครบก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ถ้าลูกหนี้เกิดหมุนเงินไม่ทัน ขาดส่งค่าเช่าซื้อสัก 2-3 งวด บริษัท A ก็จะเริ่มทวงสินค้าคืน ถึงตรงนี้ลูกหนี้ก็อาจจะงงว่าเคยไปเช่าซื้อสินค้าอะไร กับบริษัท A เพราะสินค้าอะไร หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่เคยเห็น เห็นแต่สัญญาเช่าซื้ออย่างเดียว แล้วจะเอาสินค้าที่ไหนไปคืนบริษัท จุดนี้เองที่ลูกหนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะต้องติดคุก เพราะการเช่าซื้อตามหลักกฎหมายตราบใดที่ผู้เช่าซื้อยังชำระค่าเช่า ซื้อไม่ครบ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ก็ยังเป็นของบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ ส่วน ผู้เช่าซื้อเป็นได้แค่ผู้ครอบครองและมีสิทธิใช้สอยทรัพย์เท่านั้น ดังนั้นหากไม่มีสินค้าไปคืนบริษัท ก็จะแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหายักยอกทรัพย์ ในมุมของเจ้าหนี้เขาชอบ เพราะการปล่อยกู้ในลักษณะนี้แทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย เพราะเงินที่ให้ลูกหนี้กู้ไปก็เป็นเงินของบริษัทสินเชื่อ

และถ้าจะมีปัญหาเบี้ยวหนี้กันภายหลัง ก็เป็นเรื่องที่บริษัทสินเชื่อจะไปตามทวงหนี้กับลูกหนี้เองตามสัญญาเช่าซื้อที่ทำขึ้นมาหลอกๆ ส่วนเจ้าหนี้ก็นอนกินดอกเบี้ยอย่างเดียว ดังนั้น เราจึงเห็นโฆษณาให้กู้ เงินด่วน ในลักษณะนี้อยู่ทั่วทุกหัวถนน อย่างไรก็ตาม แม้การปล่อยกู้แบบนี้จะทำเงินได้มากและง่ายแต่ก็เป็นธุรกิจที่ผิด กฎหมาย เรื่องนี้จึงเป็นนิติกรรมอำพราง คือที่เรียกว่าเป็นนิติกรรมอำพรางเพราะเจตนาจริงๆ คือสัญญากู้เงิน แต่อำพรางด้วยสัญญาเช่าซื้อสินค้าที่ฝ่ายผู้ให้กู้ได้ รับดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 50 ในช่วงเวลา 10 เดือน ซึ่งการ กระทำเช่นนี้เจ้าหนี้จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ย เกินอัตรา พ.ศ.2475 ซึ่งทางคณะกรรมการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบระดับชาติ ก็กำลังติดตามจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบที่นับวันจะมากขึ้นจนนับกลุ่มไม่ถ้วน นี้อยู่เช่นกัน

คำค้นแนะนำ
Raiden
ยางซอฟ
ยางซิ่ง
ยาง
ยางรถยนต์
สินเชื่อ เกียรตินาคิน
สินเชื่อบุคคล เจมันนี่